โรควิตกกังวลมีผลกระทบอย่างไรต่อผู้ป่วยในประเทศไทย?

โรควิตกกังวล (Anxiety Disorder) เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้บ่อยที่สุดในประเทศไทย โดยมีผู้ป่วยไม่น้อยกว่า 140,000 คนในปี 2561 และคาดว่าตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นในปัจจุบันเนื่องจากผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 ที่ทำให้เกิดความเครียดมากขึ้นในสังคม โรควิตกกังวลมีผลกระทบต่อผู้ป่วยในหลายด้าน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผู้ป่วยอาจประสบกับอาการต่างๆ เช่น เหงื่อออก, ชีพจรเต้นเร็ว, ปวดศีรษะ, และมีปัญหาในการนอนหลับ อาการเหล่านี้สามารถทำให้ผู้ป่วยรู้สึกตึงเครียดและวิตกกังวลมากขึ้นในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังอาจมีอาการแพนิคแอทแทค ซึ่งเป็นอาการตื่นตระหนกอย่างกะทันหันที่สามารถเกิดขึ้นได้ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นปกติ การดื่มแอลกอฮอล์เพื่อบรรเทาความวิตกกังวลเป็นสิ่งที่หลายคนทำ แต่ในความเป็นจริง แอลกอฮอล์สามารถทำให้ความวิตกกังวลแย่ลงได้ เนื่องจากมันส่งผลต่อสารเคมีในสมอง เช่น เซโรโทนินและ GABA ซึ่งมีบทบาทในการควบคุมอารมณ์และความเครียด การดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายชั่วคราว แต่เมื่อฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หมดไป อาการวิตกกังวลอาจกลับมาและรุนแรงขึ้น ดังนั้น การจัดการกับโรควิตกกังวลจึงควรใช้วิธีการที่เหมาะสม เช่น การบำบัดทางจิตวิทยา การออกกำลังกาย และการฝึกเทคนิคการหายใจ เพื่อช่วยลดความเครียดและปรับปรุงสุขภาพจิตให้ดีขึ้น แทนที่จะพึ่งพาแอลกอฮอล์ซึ่งอาจทำให้ปัญหายิ่งซับซ้อนมากขึ้น

เรียนรู้เพิ่มเติม